วารสารวิทยาศาสตร์

วารสารวิทยาศาสตร์ ฉบับ 2/2560

มีนาคม - เมษายน 2560

ข้อบังคับสมาคมฯ

ข้อบังคับของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๕

ฉบับแก้ไขครั้งที่ ๑๔

ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๔๖

วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

------------------------

หมวดที่ ๑

ข้อความทั่วไป

ข้อ ๑ ชื่อสมาคม สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์” ใช้อักษรย่อ ส.ว.ท. แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Science Society of Thailand” ใช้อักษรย่อ S.S.T.

ข้อ ๒ สำนักงาน สำนักงานของสมาคมอยู่ภายในบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อ ๓ วัตถุประสงค์ สมาคมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในหมู่สมาชิก และผู้สนใจในวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย
  2. เพื่อส่งเสริมความสามัคคีระหว่างสมาชิก
  3. เพื่อส่งเสริมการศึกษา และการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป
  4. เพื่อติดต่อกับองค์กรทางวิทยาศาสตร์ทั้งในและนอกประเทศ
  5. เพื่อรวมกำลังความรู้ของบรรดาสมาชิก สำหรับนำไปใช้ในการส่งเสริม สวัสดิการสาธารณะ
  6. เพื่อโฆษณาเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ประชาชน และไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด

 

หมวดที่ ๒

สมาชิกภาพ

ข้อ ๔ ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมฯ แบ่งออกเป็น ๖ ประเภท คือ

  1. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติคุณในวิทยาศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการได้ลงมติเชิญให้เป็นสมาชิก
  2. สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลผู้สำเร็จการศึกษาในวิทยาศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่งจากสถาบันการศึกษาทั่วไป หรือบุคคลผู้มีอาชีพทางวิทยาศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกตามระเบียบของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้รับไว้เป็นสมาชิก
  3. สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลที่สนใจในวิทยาศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ตามระเบียบของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้รับไว้เป็นสมาชิก
  4. สมาชิกอุปการะ ได้แก่ บุคคลผู้ยินดีส่งเสริมกิจการวิทยาศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง หรือหลายสาขา ซึ่งได้สละทรัพย์สินเป็นการอุปการะกิจการของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้ต้อนรับไว้เป็นสมาชิก
  5. สมาชิกนิติบุคคล เช่น หน่วยงานในสังกัดราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือองค์กรในรูปของห้องสมุด สมาคม มูลนิธิ คณะบุคคลต่างๆ ฯลฯ ที่สนใจในวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ตามระเบียบของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้รับไว้เป็นสมาชิก

ข้อ ๕ การเข้าเป็นสมาชิก

ผู้ประสงค์จะเป็นสมาชิก เว้นแต่สมาชิกกิตติมศักดิ์ และสมาชิกอุปการะ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่สมาคมฯ ได้กำหนดต่อนายทะเบียน แล้วให้นายทะเบียนเสนอชื่อ และอาชีพของผู้สมัครใหม่ (ในกรณีของสมาชิกนิติบุคคลให้เสนอชื่อนิติบุคคลนั้น และตำแหน่งที่ตั้ง) ต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ในการประชุมกรรมการบริหารสมาคมฯ ในครั้งต่อไป เพื่อให้ที่ประชุมลงมติรับไว้เป็นสมาชิก

ข้อ ๖ ค่าบำรุง

สมาชิกสามัญ สมาชิกสมทบ และสมาชิกนิติบุคคล ชำระค่าบำรุงเป็นรายปีหรือตลอดชีพ อัตราค่าบำรุงให้กำหนดโดยที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ

หมายเหตุ สมาชิกภาพของสมาชิกประเภทชำระเป็นรายปี สิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี

ข้อ ๗ สิทธิของสมาชิก

  1. สมาชิกมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมฯ
  2. สมาชิกนิติบุคคลมีสิทธิเทียบเท่าสมาชิกสามัญรายปี โดยต้องเสนอแต่งตั้งผู้แทนของนิติบุคคลนั้นๆ จำนวน ๑ คน มายังสมาคมฯ
  3. สมาชิกทุกประเภท มีสิทธิได้รับวารสารวิทยาศาสตร์ฉบับภาษาไทยของสมาคมฯ โดยไม่ต้องเสียค่าบำรุงอีก
  4. สมาชิกที่ประสงค์จะรับวารสาร Science Asia ของสมาคมฯ ต้องชำระค่าบำรุงเพิ่ม โดยอัตราค่าบำรุงขึ้นกับประเภทสมาชิก และกำหนดโดยที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ
  5. สมาชิกตลอดชีพมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการของสมาคมฯ ในอัตราพิเศษ
  6. สมาชิกมีสิทธิเสนอความเห็นใดๆ เกี่ยวกับกิจการของสมาคมฯ ต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้
  7. สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมได้คนละ ๑ คะแนน
  8. สมาชิกสามัญตลอดชีพเท่านั้นมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคมฯ
  9. สมาชิกตลอดชีพเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมฯ

ข้อ ๘ การพ้นจากสมาชิกภาพ สมาชิกจะพ้นจากสมาชิกภาพเนื่องด้วยเหตุดังต่อไปนี้

ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ
ง. มีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรง ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ลงมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ

หมวดที่ ๓

วิธีบริหารสมาคม

ข้อ ๙ ให้มีคณะกรรมการบริหารกิจกรรมของสมาคมฯ ขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีวาระและการดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

ก. คณะกรรมการบริหาร มีองค์ประกอบดังนี้

  1. ผู้ที่สมาชิกเลือกตั้ง ๒๐ คน
  2. อดีตนายกสมาคมฯ ที่เพิ่งพ้นวาระ ๑ คน
  3. ว่าที่นายกสมาคมฯ ๑ คน (เฉพาะในปีที่สองของวาระนายกสมาคมฯ)
  4. ผู้ที่นายกสมาคมฯ เลือกจากสมาชิกสมาคมฯ อีก ๕ คน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่สมาชิกเลือกตั้งในข้อ ๙ก.(๑) แล้ว
  5. ผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในสมาคมฯ ซึ่งที่ประชุมใหญ่กำหนดให้เป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

ข. ให้นายกสมาคมฯ เลือกกรรมการบริหารเพื่อดำรงตำแหน่งหน้าที่ อุปนายก, เลขาธิการหนึ่งคน, รองเลขาธิการ, เหรัญญิกหนึ่งคน, ประชาสัมพันธ์ และนายทะเบียน นายกสมาคมฯ อาจแต่งตั้งผู้ช่วยตำแหน่งต่างๆ ได้อีกตามความจำเป็น โดยมีจำนวนรวมไม่เกิน ๑๐ คน และไม่มีสถานภาพเป็นกรรมการบริหาร

ค. ให้คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งได้สมัยละ ๒ ปี ตามปีปฏิทิน และมีสิทธิเป็นกรรมการต่อไปตามวิธีการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

ง. นายกสมาคมฯ มีวาระ ๒ ปี

จ. ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารที่สมาชิกเลือกตั้งว่างลงก่อนถึงกำหนดออกตามวาระ ให้ผู้ที่ได้คะแนนเลือกตั้งคนต่อไปดำรงตำแหน่งแทน ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารที่มาด้วยวิธีอื่นว่างลงก่อนถึงกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการให้ได้กรรมการบริหารขึ้นมาทดแทน ทั้งนี้ในทุกกรณีให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งแทนนั้น อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการบริหารที่ตนแทน

ข้อ ๑๐ ให้กำหนดวิธีการเลือกกรรมการบริหารดังต่อไปนี้

ก. สมาชิกสามัญผู้ซึ่งได้ชำระค่าบำรุงครบถ้วนเท่านั้น มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร

ข. ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญของปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง แต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งกรรมการบริหาร ๕ คน ซึ่งประกอบด้วย

(๑) สมาชิกสามัญ ๓ คน (ซึ่งเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่)

(๒) สมาชิกสามัญที่คณะกรรมการบริหารเสนอ ๒ คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบ

ค. ให้คณะกรรมการเลือกตั้งคัดเลือกสมาชิกที่สมควรจะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารจากสมาชิกที่มีคุณวุฒิในสาขาวิทยาศาสตร์ต่างๆ และสอบถามความสมัครใจที่จะปฏิบัติงานให้แก่สมาคมฯ กรรมการบริหารที่เข้าร่วมการประชุมต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งการประชุมในสมัยหนึ่งไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมัยต่อไป ทั้งนี้ องค์ประชุมของคณะกรรมการเลือกตั้งต้องไม่น้อยกว่า ๓ คน

ง. ให้คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศชื่อ พร้อมทั้งประวัติย่อของสมาชิกไม่ต่ำกว่า ๔๐ คน ที่สมควรจะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร โดยให้มีรายชื่อกรรมการบริหารชุดเดิมอยู่ร่วมด้วยในจำนวนไม่เกิน ๑ ใน ๓ ให้สมาชิกทราบภายในเดือนมิถุนายนของปีที่มีการเลือกตั้ง

จ. สมาชิกสามัญ และหรือ สมาชิกสมทบจะเสนอชื่อของสมาชิกที่สมควรจะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารเพิ่มเติมอีกก็ได้ สมาชิกทุก ๕ คน ทำคำร้องร่วมกันเสนอได้ ๑ ชื่อ โดยส่งคำเสนอชื่อ พร้อมทั้งประวัติย่อให้ถึงสำนักงานเลขาธิการภายในเดือนกรกฎาคมของปีที่มีการเลือกตั้ง

สมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบคนหนึ่งๆ จะทำคำร้องร่วมกับสมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบอื่น เพื่อเสนอชื่อสมาชิกสามัญที่ควรจะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารได้เพียงสมัยละชื่อเท่านั้น

ฉ. ให้คณะกรรมการเลือกตั้งคัดเลือกรายชื่อ และสอบถามความสมัครใจของสมาชิกที่ได้รับการเสนอชื่อ ตามหลักการในวรรค จ. ไว้อย่างมาก ๑๐ ชื่อ เพื่อประกาศในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ช. ให้เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการจัดส่งบัตรลงคะแนนเสียง พร้อมด้วยรายชื่อ และประวัติย่อของสมาชิกสามัญที่สมควรได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร ตามที่ได้ระบุไว้ในวรรค ง. และ ฉ. ไปให้สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบทุกคน ภายในเดือนกันยายนของปีที่มีการเลือกตั้ง

ซ. กำหนดให้สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมของปีที่มีการเลือกตั้งเป็นช่วงปิดรับบัตรลงคะแนนเสียง และให้สำนักเลขาธิการรวบรวมบัตรเสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบรับรองและนับคะแนน และรายงานผลการเลือกตั้งในวันประชุมใหญ่สามัญในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน

ฌ. การสรรหาว่าที่นายกสมาคมฯ นั้นให้ดำเนินการให้เสร็จ ๑ ปี ก่อนการหมดวาระของคณะกรรมการบริหาร โดยคณะกรรมการบริหารเสนอชื่อกรรมการสรรหาจำนวน ๕ คน ประกอบด้วย ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ หรือ อุปนายกสมาคมฯ ๑ คน ผู้แทนกรรมการบริหาร ๑ คน ผู้แทนจากกลุ่มสาขาวิชาการและสาขาภูมิภาค ๑ คน และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ๒ คน เพื่อให้สมาชิกสมาคมฯ ให้ความเห็นชอบรับรองในที่ประชุมใหญ่สามัญในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ของปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง

การสรรหาว่าที่นายกสมาคมฯ นั้นให้ดำเนินการตามวิธีการที่คณะกรรมการบริหารกำหนด และเมื่อคณะกรรมการสรรหาว่าที่นายกสมาคมฯ ได้แล้ว ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๑๑ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

  1. คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ
  2. ให้คณะกรรมการบริหาร ประชุมเพื่อปรึกษากิจการของสมาคมฯ ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง องค์ประชุมคณะกรรมการบริหารต้องประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า ๙ คน และในจำนวนนี้ต้องมี นายก, อุปนายก, เลขาธิการ หรือรองเลขาธิการ อยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งคน
  3. มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ นายกมีสิทธิออกเสียงในฐานะเป็นกรรมการบริหารผู้หนึ่งได้ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน นายกมีอำนาจชี้ขาด
  4. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งผู้แทนทำหน้าที่เป็นตัวแทนสมาคมฯ ประจำท้องถิ่นให้มีหน้าที่ปฏิบัติภายในระเบียบการที่คณะกรรมการบริหารกำหนด ในเมื่อสมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบยี่สิบห้าคนในภูมิลำเนาท้องถิ่นเสนอ

คณะกรรมการบริหารมีอำนาจเชิญสมาชิก สมาชิกสมทบ และผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นอนุกรรมการ เพื่อให้ช่วยเหลือกิจการของสมาคมฯ ได้

ฉ. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ได้

ช. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจกำหนดระเบียบการเงินของสมาคมฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติ

หมวดที่ ๔

การประชุม

ข้อ ๑๒ การประชุมใหญ่สามัญ

ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละครั้ง ในเดือนตุลาคม หรือ พฤศจิกายน โดยมีระเบียบวาระการประชุม ดังต่อไปนี้

  1. กรรมการบริหารแถลงกิจการในรอบปี
  2. เสนองบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว
  3. การแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมฯ ตามข้อ ๑๐ข.
  4. การให้ความเห็นชอบคณะกรรมการสรรหาว่าที่นายกสมาคมฯ ตามข้อ ๑๐ฌ.
  5. ผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ตามข้อ ๑๐ซ. ในปีที่มีการเลือกตั้ง
  6. เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
  7. เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๑๓ การประชุมใหญ่วิสามัญ

เมื่อคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ หรือ เมื่อสมาชิกสามัญหรือสมาชิกสมทบไม่น้อยกว่า ๒๐ คนร้องขอ ก็ให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้

ข้อ ๑๔ องค์ประชุม

การประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญต้องมีสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบไม่น้อยกว่าสามสิบคน ถ้าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบที่มาประชุมเห็นว่าผู้มาประชุมน้อยเกินไปจะลงมติให้เลื่อนการประชุมไปคราวหน้าก็ได้

ข้อ ๑๕ การประชุมทางวิชาการ

ให้มีการประชุมทางวิชาการ หรือปาฐกถาเป็นครั้งคราว

หมวดที่ ๕

การจัดตั้งสาขา

ข้อ ๑๖ สมาคมฯ อาจจัดตั้งสาขาทางวิชาการได้ การจัดตั้งสาขาทางวิชาการให้กระทำได้โดยประกาศของสมาคมฯ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ วางไว้

สาขาทางวิชาการต้องดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ตามข้อ ๑๑ แต่อาจมีคณะกรรมการสาขาทางวิชาการ ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ แต่งตั้งเพื่อบริหารได้

ข้อ ๑๗ สมาคมฯ อาจจัดตั้งสาขาท้องถิ่นได้ การจัดตั้งสาขาท้องถิ่นให้กระทำได้โดยประกาศของสมาคมฯ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ วางไว้

สาขาท้องถิ่นต้องดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบ อำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ตามข้อ ๑๑ แต่อาจมีคณะกรรมการสาขาท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ แต่งตั้งเพื่อบริหารได้

หมวดที่ ๖

การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ ๑๘ ข้อบังคับของสมาคมฯ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญเท่านั้น และต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบผู้มาประชุม